Freedive ส่องกองทัพกระเบนแมนต้า ที่ฮานิฟารูเบย์ มัลดีฟส์ │Wander More

ฉันนั่งรอคำตอบของอาเหม็ดอยู่ในห้องพักอย่างใจจดใจจ่อ ดึกแล้ว…ฉันเพิ่งกลับมาจากทานมื้อค่ำในร้านอาหารเล็ก ๆ บนเกาะ หลังจากต้องเปิดไฟฉายในมือถือเดินฝ่าความมืดมิดมาอย่างเงียบ ๆ และวังเวง เพราะตอนนั้นบนเกาะไฟดับลงอีกแล้ว

คำตอบที่ฉันรอจากอาเหม็ด คือการคอนเฟิร์มว่าเราจะได้ไปดำน้ำที่ฮานิฟารูเบย์หรือไม่ ซึ่งอาเหม็ดบอกเราเองว่า เมื่อวานเพิ่งมีครูสอนดำน้ำบอกเขาว่าเจอแมนต้ามากันทั้งฝูง ในขณะที่เมื่อสามสี่วันก่อน มีนักท่องเที่ยวมาจากไต้หวัน ตั้งใจจะมายลโฉมเจ้าแมนต้า แต่กลับไม่เจอ

แมนต้าเรย์ หรือปลากระเบนราหู เป็นขวัญใจของนักดำน้ำพอๆ กับเจ้าฉลามวาฬ จนมีคนตั้งชื่อให้มันอย่างน่าเอ็นดูว่า “เจ้าผีผ้าห่ม” “เจ้าผ้าคลุมไหล่” ด้วยชื่อแมนต้า มาจากภาษาสเปน แปลว่า “ผ้าห่ม” อีกทั้งท่าทางการว่ายน้ำที่กระพือครีบทั้งสองข้างเหมือนนกที่บินอยู่ในทะเล ตัวใหญ่เต็มวัยโตถึงหนึ่งเมตร พบในแถบทะเลแถบร้อน เช่น มัลดีฟส์ บาหลี ราชาอัมพัต  กัลลาปากอส ฮาวาย ในไทยก็มีนะ เช่นหมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน เป็นต้น

cq5dam.web.720.405-8

ที่หลายคนหลงรักแมนต้า เพราะมันไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ด้วยปลายหางที่อ่อน ต่างจากสติงเรย์ แถมยังฉลาด มีความอยากรู้อยากเห็น หากมีนักดำน้ำเข้าไปส่องแมนต้าเข้าละก็ เราอาจเห็นเจ้าแมนต้าว่ายเข้ามาส่องมนุษย์ด้วยเหมือนกัน (ส่องมา ส่องกลับ ไม่โกง!)

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ยี่สิบปีมานี้ แมนต้ากำลังจัดเป็นสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ เพราะความเชื่อผิดๆ ของมนุษย์กลุ่มหนึ่งว่าเหงือกมันมีสรรพคุณทางยา (อารมณ์เดียวกับพวกที่ชอบกินหูฉลามเพื่อบำรุง) และในไทยยังไม่ได้รับการคุ้มครอง

manta ray

ในมัลดีฟส์ แมนต้าเป็นสัตว์คุ้มครองที่นักท่องเที่ยวต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด เช่น

1.ห้ามดำน้ำสคูบ้า หรือฟรีไดฟ์ ให้ใช้วิธีลอยตัวสนอร์เกิ้ลบนผิวน้ำแทน และหากพบฝูงแมนต้าว่ายผ่าน ต้องรีบเอาฟิน (ตีนกบ) ของเราหลบไว้ ไม่ให้โดนตัวมันได้

2.ห้ามสัมผัสตัวแมนต้าเป็นอันขาด แม้แมนต้าจะว่ายมาหา หรืออยากเล่นกับเราก็ตาม เพราะสัมผัสของมนุษย์อาจทำลายภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติของมัน (หากเอามือไปจับแมนต้าเรย์ จะมีค่าปรับ 2000 ดอลล่าร์ หรือราวหกหมื่นกว่าบาท)

3.ห้ามเรือเล็กของชาวบ้านวิ่งในบริเวณฮานิฟารูเบย์ที่มีแมนต้าอาศัยอยู่ อนุญาตเฉพาะเรือใหญ่ของ Dive Master เท่านั้น

4.จะมี Dive master เป็นผู้นำทางและดูแลเรา (และแมนต้า) อย่างใกล้ชิด มีการบรี๊ฟข้อควรปฏิบัติเหล่านี้ให้พวกเราฟังตั้งแต่ก่อนลงเรือ

ค่ำของวันนั้นอาเหม็ดเดินมาเคาะประตูห้อง บอกฉันและฟรีไดฟ์บัดดี้ของฉันว่าเขาเห็นเมลของเราแล้ว และคอนเฟิร์มว่าเราน่าจะได้เจอแมนต้าที่ฮานิฟารูเบย์ในวันพรุ่งนี้แน่นอน

เช้าวันถัดมา เราตื่นแต่เช้า…วันนั้นเรามีไดฟ์ 3 ครั้งด้วยกัน คือ 1) turtle reef จุดที่น่าจะเจอเต่าทะเล 2) nemo reef 3) hanifaru bay

maldives_33
น้องแนทพร้อมมาก

ดำน้ำ, มัลดีฟส์, เที่ยวมัลดีฟส์, ฟรีไดฟ์maldives_12

พอมาถึงฮานิฟารูเบย์ เรือของอาเหม็ดก็ต้องจอดให้เราว่ายไปเปลี่ยนเรือใหญ่เพื่อไปดูแมนต้า ฉันหิ้วฟินและหน้ากาก รวมทั้งทุ่นลอยน้ำขึ้นเรืออีกลำ บนเรือมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกห้าคน เป็นฝรั่งนุ่งบิกินีหุ่นดีงามยิ้มทักทายให้ พวกเราตื่นเต้นกันมากเพราะไม่รู้ว่าจะเจอแมนต้าจริงไหม

พอถึงเวลา เราก็ว่ายตาม Dive Master ไป ฉันว่ายไปด้วย ลากทุ่นไปด้วยซึ่งหนักมาก (คิดในใจว่ากลับมากล้ามขึ้นแน่ ๆ ยิ่งดูถึกกว่าเดิมไปอีก) ทุ่นนี้มีไว้สำหรับเป็นที่พักเหนื่อยกลางทะเลสำหรับฟรีไดฟ์เวอร์ อีกทั้งเป็นจุดเด่นให้เรือเห็นเราแต่ไกลและไม่วิ่งชนเรา

maldives_34ว่ายลอยคออยู่กลางทะเลอยู่นาน กระแสคลื่นที่นี่แรงใช้ได้ ฉันก็ยังไม่เห็นแมนต้า จนกระทั่งสิบห้านาทีผ่านไปเราเริ่มเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ด้านล่างเป็นก้อน ๆ

ภาพที่ลางเลือนนั้นค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เหมือนนกสยายปีกอยู่บนท้องฟ้า แต่เปลี่ยนมาบินใต้ท้องทะเล

เจ้าแมนต้าเรย์นับสิบ ๆ ตัวว่ายเข้ามาผ่านพวกเรา หนึ่งในนั้นว่ายขึ้นมาเหนือตัวอื่น และดูมันเหมือนจะสนใจฉันด้วย (คงสงสัยว่าทำไมมนุษย์ตัวนี้ต่างจากตัวอื่น ๆ เพราะฉันลากทุ่นอยู่ด้วย) แต่สุดท้ายมันก็แค่ว่ายมาโฉบ ๆ และผ่านเลยไป ตอนนั้นฉันยังไม่ทันตกใจ เพราะกำลังตะลึงกับภาพที่เห็น

เป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงาม และมุ้งมิ้งน่ารักที่สุด…

คุ้มแล้วทริปนี้.. ฉันคิดในใจ

ไม่ต้องคาดหวังอะไรกับทริปนี้แล้ว แค่เห็นแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว กลับบ้านได้ เอ้ย ไม่ใช่สิ

แมนต้าฝูงแล้วฝูงเล่าผ่านเราไป บางตัวยังคงซนเหมือนเดิมคือชอบว่ายขึ้นมาดูมนุษย์ใกล้ผิวน้ำ

มีอยู่สองตัวเข้าใกล้ฉันมากเกินไป อ้าปากกินแพลงก์ตอนซะกว้างเชียว ทำเอากล้องฉันสั่นด้วยความตกใจ

manta 1-1manta 8-5manta 3-2manta 4-3manta 5-4

นอกจากเจ้ากระเบนแมนต้าแล้ว ฉันยังเจอเต่าทะเลที่ Turtle reef และเจอ eagle ray หรือกระเบนนก (หรืออีกชื่อหนึ่งคือกระเบนค้างคาว) ซึ่งหางมีพิษเช่นเดียวกับสติงเรย์ แถมที่นี่มีปลาเยอะมาก ที่ฉันเจอมีทั้งปลานกแก้ว (นักซ่อมปะการัง) ปลาวัว (มีคนเรียกปลาวัวอำมหิต เพราะมันชอบไล่กัดปลาหรือคนที่เข้าใกล้รังมัน) ปลาข้างเหลือง ปลาไหล และปลายูนิคอร์น

มองหาเต่าทะเล ที่ turtle reef

วันสุดท้ายก่อนจากลา อาเหม็ดก็นั่งคุยกับเราเรื่องสัตว์ทะเลและการอนุรักษ์ เขาบอกเราว่าเขาได้ยินข่าวที่ฉลามวาฬถูกเรือประมงจับในประเทศไทยแล้วรู้สึกเสียใจมาก (ดังไปไกลถึงต่างประเทศเลยนะข่าวนี้) อาเหม็ดบอกว่า สัตว์เหล่านี้เขาเปราะบาง ใกล้จะสญพันธุ์เต็มที พวกเขาต้องการการปกป้องจากมนุษย์

อันที่จริงพวกเขาก็มีคุณประโยชน์กับมนุษย์เหมือนกัน แม้เราจะไม่เอาเขามากิน หรือเอาหนังมาทำสินค้าฉาบฉวยราคาแพง แต่สัตว์เหล่านี้ก็ยังทำประโยชน์ในเชิงการท่องเที่ยวระยะยาว สร้างรายได้แก่ชาวบ้านบนเกาะ ขอแค่เราปฏิบัติกับพวกเขาอย่างถูกต้อง

ด้วยความเป็นเจ้าของโรงแรม จริง ๆ อาเหม็ดไม่ต้องมานั่งพร่ำบอกเราเรื่องนี้ก็ได้ แต่ด้วยจิตสำนึกของเขาทำให้เขาต้องทำ เพราะคนที่คลุกคลีกับโลกใต้ทะเลอย่างเราคือเชื้อไฟที่จะสานต่อความตั้งใจนี้ของเขา

สายตาของอาเหม็ด ก็ทำให้ฉันนึกถึงข้อเท็จจริงบางอย่างขึ้นได้

สิ่งที่น่ากลัวในทะเล บางทีอาจไม่ใช่ฉลาม…

สิ่งที่น่ากลัว คือการที่สัตว์ทะเล อย่างฉลาม ฉลามวาฬ หรือกระเบนราหู ฯลฯ หายไปจากท้องทะเลต่างหาก.

shark, มัลดีฟส์
ภาพเตือนใจจาก WWF

ข้อมูลจาก:

Sea Mastermind

Divezone.net

The Standard