อยากออกท่องโลกเอง เริ่มยังไงดี (ฉบับมนุษย์เงินเดือน) │ Wander More

ทุกคนล้วนแต่มีครั้งแรก

ครั้งแรก..ที่ได้ทำอะไรด้วยตัวเองโดยไม่มีตัวช่วย

ครั้งแรก..ที่ได้ไปไหนมาไหนไกล ๆ โดยไม่มีเพื่อน

ครั้งแรกเหล่านี้จะช่วยให้เรารู้ว่า…เราสามารถทำเองได้ และจะมีกำลังใจทำในครั้งต่อ ๆ ไป

การออกเดินทางก็เหมือนกันนะ บางคนที่ยังไม่เคยออกเดินทางไปต่างประเทศคนเดียว (แบบไปเอง ไม่ไปกับทัวร์) อาจจะยังลังเล และนึกภาพไม่ออกว่าจะเริ่มยังไงดี ซึ่งมีเพื่อน ๆ ถามเคทเข้ามาเหมือนกันว่า เป็นมนุษย์เงินเดือนนะ อยากออกท่องโลกบ้างจัง ตอนนี้ไม่กลัวแล้วด้วย แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงนี่สิ เคทเลยอยากเขียนแชร์ให้อ่านกัน ในฐานะที่เป็นนักเดินทางและมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งเหมือนกัน ^^

  1. ฟังเสียงแรงบันดาลใจ

จุดเริ่มต้นของการเดินทาง อยู่ที่เราอยากทำกิจกรรมอะไร (What) และไปทำสิ่งนั้นที่ไหน (Where) บางคนอาจเริ่มจาก Where ก่อน แล้วค่อยหา What มาเสริมให้ทริปดูสมบูรณ์ขึ้น

ส่วนเคท…เคทจะชอบทำกิจกรรมมาก เลยมักจะเริ่มจาก What ก่อน เพราะเป็นพวกบ้าพลัง (อันนี้เรื่องจริง ประมาณว่าเล่นน้ำทะเลติดกัน 7-8 วันก็ยังไม่เหนื่อย) เคทมักจะมีสิ่งที่ “อยากทำ” ลิสต์ไว้ในใจ (แบบที่ลิสต์ไว้เฉย ๆ  โดยไม่กังวลเรื่องเงินก่อน) ตัวอย่างเช่น

  • อยากไป Caving โรยตัว ผจญภัยในถ้ำ
  • อยากลองปีนผาน้ำแข็ง (ice climbing)
  • อยากผจญภัยในหุบเขาที่มีน้ำไหลผ่าน (Canyoneering)
  • อยากเดินเทรคกิ้งบนธารน้ำแข็ง
  • อยากนั่งรถโฟว์วีล ซิ่งไปบนทะเลทราย
  • อยากชมแสงเหนือ
  • อยากดูปลาวาฬเบลูก้าในทะเลอาร์คติก
  • อยากฟรีไดร์ฟวิ่งใน Kelp forest
  • อยากฟรีไดร์ฟวิ่ง ระหว่างรอยแยกทวีป

ฯลฯ

kelp forest, free diving, diving, ดำน้ำ, เที่ยว, แมวน้ำ, อุ๋ง
Kelp forest ภาพจาก neatorama.com ฝันอยากดำน้ำที่นี่

พอได้กิจกรรมที่อยากทำแล้ว เคทก็จะลองหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตว่า เราสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่ไหนบ้าง ที่ไม่ไกลจนเกินไป ยิ่งเป็นในเอเชียได้ยิ่งดี เพราะจะได้ไม่แพงด้วย ตัวอย่างเช่น

  • อยากไป Caving โรยตัว ผจญภัยในถ้ำ >> ได้ข่าวว่าที่เวียดนามมีเยอะ
  • อยากลองปีนผาน้ำแข็ง >> ที่น่าสนใจก็ เนปาล จีน นิวซีแลนด์
  • อยากผจญภัยในหุบเขาที่มีน้ำไหลผ่าน (Canyoneering) >> ฟิลิปปินส์ เวียดนาม
  • อยากเดินเทรคกิ้งบนธารน้ำแข็ง >> อินเดีย ลาดักห์
  • อยากนั่งรถโฟว์วีล ซิ่งไปบนทะเลทราย >> จีน
เที่ยว, จีน, ทะเลทราย, เที่ยวคนเดียว
ทะเลทรายที่จีน ติดมองโกลเลีย มีเนินทรายที่สูงที่สุดในโลก ตอนที่เคทไปมา นั่งรถโฟว์วีลซิ่งบนเนินทราย หวาดเสียวมาก
เที่ยว, ท่องโลก, เที่ยวต่างประเทศ, เที่ยวคนเดียว, เที่ยวเอง, caving
Caving เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากทำภายในปีนี้

ข้อนี้ง่ายมาก เพราะเราจะมีสิ่งที่อยากทำ และสถานที่ที่อยากไปเต็มไปหมดเลย T_T

ส่วนข้อต่อไปนี้แหละ เข้าสู่โหมดความเป็นจริงแระ…

 

  1. วางแผน ทำให้มันเกิดขึ้นจริงสิ!

2.1 วางแผนวันลา: แน่นอนว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา จะหายหน้าหายตาไปเที่ยวไหน ก็คงต้องดูหน้าเจ้านายหรือฝ่ายบุคคลก่อน  เอ้ย ไม่ใช่! ต้องดูวันลาตามปฏิทินของออฟฟิศก่อน และพยายามบริหารวันลาให้คุ้มค่าที่สุด

ข้อดีของการเที่ยวคนเดียว คือไม่ต้องรอให้วันลาตรงกับใคร แต่ก็มีสิ่งอื่นที่ต้องคำนึงถึง เช่น

–> วันลา ที่ตรงกับช่วงวันหยุด สอดคล้องกับฤดูกาลการท่องเที่ยว (Best Season) ของสถานที่ที่เราจะไปหรือไม่

หากใช้วันลาช่วงวันหยุดยาวของไทย แต่ไม่ตรงกับช่วง Best Season ของที่นั่น ก็อาจจะพลาดดูอะไรสวย ๆ งาม ๆ ตามที่ควรจะเห็นก็ได้

เคทเคยได้บทเรียนจากการไปต่างประเทศตามวันหยุดเทศกาลของไทยมาเยอะเหมือนกัน เช่น ไปถ่ายรูปภูเขาไฟที่อินโดฯในช่วงที่หมอกลงจัด ไม่ใช่ best season ฝนก็ทำท่าจะตก กลายเป็นว่าไม่เห็นภูเขาไฟ แถมภาพยังออกมามืด ๆ มัว ๆ ท้องฟ้าก็ดูครึ้มฝน ทริปนั้นไม่ได้ภาพ landscape ที่ถูกใจเลย

หรือไปไต้หวันช่วงฤดูฝน ได้ไปเที่ยวหมู่บ้านที่เป็นฉากโรงน้ำชาในเรื่อง Spirited Away ด้วย แต่ไม่ได้กลับมาสักภาพ เพราะฝนตกหนักมาก ไม่เห็นวิวหรืออะไรเลย T^T

หรือไปลาดักห์ช่วงสงกรานต์ หลัก ๆ คืออยากไปเทรคกิ้ง ไม่ได้ศึกษาเรื่องสภาพอากาศมาก่อน นึกว่าน่าจะเทรคได้ทั้งปี ปรากฏว่าไม่ได้เทรค เพราะเป็นช่วงหนาวจัดของที่นั่น หิมะถล่มปิดถนนรายวัน เขาห้ามเทรค แม้แต่รถสัญจรไปทะเลสาบยังต้องฟังข่าวรายวัน ทริปนั้นเลยเสียเงินไปเกือบสามหมื่น โดยไม่ได้เทรคกิ้ง

julentto-photography-364077-unsplash_697_1050

2.2 ดีไซน์ตารางการเดินทาง ตามแบบฉบับของตัวเอง (#พี่สะดวกแบบนี้)

ข้อดีของการไปเอง ไม่ไปกับทัวร์คือ 100% คือการเที่ยว ไม่มีช้อปปิ้งภาคบังคับใด ๆ ให้เรารู้สึกรำคาญ แต่ก็เป็นสิ่งที่ยากที่สุด เพราะเราต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลเยอะพอสมควร

บางทริป เคทต้องหาข้อมูลเป็นเดือน ๆ กว่าแผนการเดินทางจะคลอดออกมาสักอัน

เราต้องเริ่มทำการบ้านหาข้อมูลประเทศที่จะไป ทั้งเรื่องภาษา (พูดอังกฤษได้ไหม หรือเป็นประเทศที่ไม่พูดอังกฤษเลยสักคำเดียว เช่น จีน? ถ้าเขาไม่พูดเลย เราจะเตรียมตัวอย่างไรได้บ้างเพื่อสื่อสารกับเขาให้รู้เรื่อง เช่น พริ้นท์รูปภาพและชื่อภาษาจีน ของสถานที่ที่จะไปลงกระดาษพกติดตัว ฯลฯ) วัฒนธรรม (การกิน ความเป็นอยู่ หรือแม้แต่การเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำที่นั่นเป็นอย่างไร เราควรพกอะไรไปเองไหม เช่น ไฟฉาย ทิชชูเปียก?) นิสัยของผู้คน (ผู้คนจิตใจดีหรือไม่ หรือมีย่านอันตรายที่ควรระวัง?) ศาสนา (เพื่อดูว่าเราควรแต่งกายแบบใดไปจึงจะเหมาะสม) การสัญจรไปมาสะดวกไหม (เขาใช้รถสามล้อหรือรถอะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร) ค่าเงินที่นั่นเป็นอย่างไร (ควรแลกเงินสกุลอะไรไป เพราะบางประเทศก็ใช้หลายสกุล หรือนิยมรับดอลล่าร์)

ศึกษาหลายอย่าง แม้เป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น เรื่องการทิปไกด์ หรือเรื่องหัวปลั๊ก ฯลฯ

หน้าตาแผนการเดินทาง ฉบับร่าง จะออกมาเละ ๆ แบบนี้

32105534_10155846026204081_2781338314567843840_o_1399_1050

13116202_10153793410284081_7899975570836969583_o_1400_1050

2.3 เงิน เงิน เงิน: การวางงบที่จะใช้ในการเดินทาง สำคัญมาก ก่อนอื่นต้องประมาณคร่าว ๆ ว่าไม่อยากให้ทริปนี้เกินเท่าไหร่ เช่น ห้ามเกิน 30,000 บาท (รวมตั๋วเครื่องบิน) จะช่วยให้เราทราบว่าจะจองที่พักระดับไหน และแลกเงินไปเท่าไหร่ ช่วยไม่ให้งบบานปลาย

ทริปที่ผ่าน ๆ มา ส่วนใหญ่เคทจะใช้เงินแต่ละทริปอยู่ที่ 25,000-30,000 (รวมตั๋วเครื่องบิน และค่ากิจกรรมแล้วทุกอย่าง) เพราะเน้นแถบเอเชีย

มีเพียงทริปเดียวที่งบบานปลาย คือฟิลิปปินส์ เพราะไปหลายเมือง+จองตั๋วแบบกระชั้นชิด (1 อาทิตย์ก่อนบิน)

ที่ถูกใจมากคือทริปอินเดีย เงินเหลือกลับมาประมาณ 4,000.- เคทก็หยอดกระปุกไว้ ใส่ในบัญชีท่องเที่ยว เป็นทุนให้ทริปถัดไป

แต่ต่อไปงบคงจะบวมขึ้นเรื่อย ๆ เพราะความอยากท่องโลกไม่ได้หยุดแค่ในเอเชียนี่นะ ^^

เทรคกิ้ง, อินเดีย
ตอนไปเทรค Kuari Pass ที่อินเดีย ทำให้รู้ว่า การข่มตาหลับบนน้ำแข็งไม่ใช่เรื่องง่าย
  1. พอได้แผนเดินทาง ฉบับร่าง ก็เริ่มจอง

จองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วโปรตั๋วถูกนั้นดีอยู่ แต่ต้องทำใจว่ามาพร้อมความเสี่ยง เพราะฟิกส์วันในการเดินทาง (อาจเลื่อนได้ แต่ราคาธรรมเนียมในการเลื่อนตั๋ว บางทีก็เท่ากับครึ่งนึงของการจองตั๋วใหม่เลย)

จองที่พัก เลือกพักโฮสเทล ราคาเหมาะสมกับสภาพ, เลือกที่ได้เรตติ้งดี ๆ และให้พิจารณาภาพจาก customer’s photos, อ่านรีวิวภาพรวม มากกว่ารีวิวดี ๆ ที่เว็บไซต์พยายามดันขึ้นมาให้เราเห็นในตำแหน่งบน ๆ (เว็บไซต์เองก็อยากให้เราจองนะ เพราะเขาได้ค่าธรรมเนียม)

จองกิจกรรม เดี๋ยวนี้เว็บไซต์ที่เราสามารถจองกิจกรรมได้ มีให้เห็นเยอะเลย เช่น Trip Advisor, Klook, Viator เป็นต้น ข้อดีของการจองไปก่อนล่วงหน้า คือเราจะได้ไม่พะวงว่าหน้างานทัวร์จะเต็มหรือไม่ คิวจะยาวหรือเปล่า และยังสามารถเปรียบเทียบในเว็บไซต์ได้หลาย ๆ เจ้าด้วยในราคาถูก ส่วนข้อเสียคือ บางทีหน้างานก็ถูกกว่าในเว็บไซต์และหาง่ายกว่าที่คิด

ซื้อประกันการเดินทาง ข้อนี้สำคัญมาก เพราะกิจกรรมที่เราไปทำมีความเสี่ยงทั้งนั้น ประกันการเดินทางที่ครอบคลุมกีฬาเสี่ยงภัย มีข้อเสียคือเบี้ยประกันแพงกว่าปกติ แต่ทำไว้ก่อนจะดีที่สุด เช่นของ World Nomads ครอบคลุมกิจกรรมผาดโผนเยอะมากจริง ๆ โดนใจเหล่าแอดเวนเจอร์ ส่วนในไทยที่เห็นก็มีของไทยวิวัฒน์ ที่ครอบคลุมกีฬาบางประเภท เช่น ดำน้ำ (ทั้งสองแบรนด์เคทซื้อไว้ในหลายทริปแล้ว แต่พอดียังไม่มีโอกาสได้เคลม เลยไม่รู้ว่าเคลมยากง่ายหรือเปล่านะ)

……..

พอจองทุกอย่างเรียบร้อย แผนการเดินทางจะเริ่มเข้าที่มากขึ้น ก็เอาฉบับร่างมาลงในไฟล์เวิร์ดจริงจัง พร้อมใส่ภาพแผนที่ของเมืองนั้น ๆ ประกอบ เพราะเราจะพริ้นท์ติดตัวไปด้วย หน้าตาจะเป็นแบบนี้:

itin

itin3

itin2

หรือใครเป็นสายถ่ายภาพ ให้ศึกษามุมภาพที่จะถ่ายกับสถานที่นั้น ๆ ไปล่วงหน้า อาจเซฟใส่มือถือไว้ไปดูเป็น reference

  1. เคลียร์งาน ถ่ายโอนงานให้เรียบร้อย ก่อนเดินทาง

เชื่อมั้ยว่า เคททำงานจนหัวติดไฟเลยก่อนออกเดินทางแต่ละทริป เพราะพอออกเดินทาง ลูกค้าหรือที่ทำงานจะติดต่อเราไม่ได้อีก (อยู่บนภูเขาหรือในทะเล ตัดขาดจากสัญญาณใด ๆ) เลยต้องเคลียร์งานไว้ก่อน อีกอย่างคือ จะไม่อยากรับโทรศัพท์ เปิดดูเมล หรืออ่านไลน์ระหว่างเดินทาง เพราะรู้สึกว่า อยากให้เวลานั้นเป็นเวลาของเราจริง ๆ

 

……………………

วิธีเริ่มออกท่องโลก มันก็จะประมาณนี้ล่ะ พอได้ไอเดีย ก็เริ่มวางแผนเลยน้า หากมีคำถามอะไร อินบ็อกซ์มาถามเคทได้เสมอ หรือเข้าไปถามเพื่อน ๆ ในกรุ๊ปลับของเรา Solo Traveller Thailand นะคะ เพื่อน ๆ ในนั้นไม่ธรรมดานะ เป็นนักเดินทางเก่ง ๆ กันทุกคนเลย