ไต่เขาขึ้นซัมมิท พิชิต Kuari Pass ณ แดนอุตตราขัณฑ์ (ตอนที่ 2 – Summit Day) | Wander More

เราออกจากแคมป์ 1 แต่เช้า เพื่อเดินไปแคมป์ 2 เป็นเช้าที่ฉันรู้สึกกระฉับกระเฉงมาก เหมือนได้พลังงานกลับมารอบใหม่หลังจากได้นอนพักไปเมื่อคืน ซึ่งก็ตรงกับผลตรวจออกซิเจนในตอนเช้า ที่ระดับออกซิเจนในเลือดของฉันเพิ่มขึ้นจากเมื่อคืน จาก 87 มาอยู่ที่ 91

หากจะบอกว่าเจ้า Oxymeter เครื่องเล็กขนาดพกพาที่วิกัสหยิบมาหนีบนิ้วนางของพวกเราทุกเช้า-ค่ำนี้ เหมือนเป็นตัวชี้ชะตากรรมของพวกเราก็คงไม่ผิด เราลุ้นตัวโก่งกันทุกวัน

เพราะหากมันโชว์ค่าต่ำกว่า 75 พวกเรารู้ตัวดีว่าจะถูกส่งตัวกลับเบสแคมป์ทันที

DSC07041_1200x800-41_logo

“แคมป์ 2 จะมีแต่หิมะ ไม่เหมือนที่นี่ ที่นี่ยังพอเห็นพื้นดินอยู่บ้าง” วิกัส หัวหน้าแคมป์เตือนทุกคน เราออกเดินผ่านป่าที่พื้นโดนพรมไปด้วยหิมะที่ตกหนักเมื่อสองสามวันก่อน เราถูกเตือนไม่ให้เหยียบหิมะที่มีรอยคนเดิน การเดินท่ามกลางพื้นหิมะโดยที่ไม่มีรองเท้าตะปูหนักหนาสำหรับเราเหมือนกัน วิกัสสอนว่าอย่างแรกให้มองหาพื้นดิน หากไม่มี ให้มองหาก้อนหินแห้งๆ หากไม่มี ให้เหยียบลงไปในหิมะขาวปุยๆ ซึ่งเป็นหิมะใหม่ที่ยังไม่มีใครเหยียบ

แต่ห้ามเหยียบบนก้อนหินที่ถูกฉาบด้วยน้ำแข็งบางๆ และพื้นหิมะที่เริ่มแข็งแล้ว เพราะจะลื่นหัวคมำไปได้ง่ายๆ

เราเดินร่วม 8 ชั่วโมงก็มาถึงแคมป์ 2

จริงอย่างที่เขาว่า…

ที่นี่มีแต่หิมะ และหนาวเป็นบ้า…หนาวยิ่งกว่าแคมป์แรกซะอีก

ฉันเตรียมใจไว้แล้วว่า คืนนี้คงนอนไม่เป็นสุขแน่ๆ…

DSC07043_1200x800-43_logoDSC07058_1200x800-58_logoDSC07076_1200x800-75_logoDSC07066_1200x800-65_logoG0590234_1067x800-132_logoDSC07085_1200x800-84_logoDSC07051_1200x800-51_logoGOPR0221_1067x800-120_logo

เช้าวันเตรียมตัวขึ้นซัมมิท หัวหน้าแคมป์เรียกให้เรารวมตัวกันเพื่อใส่รองเท้าตะปู เรายืนกันเป็นวงกลมเหมือนทุกครั้งเพื่อรอคำสั่งจากวิกัส

“เราจะเดินเป็นแถว เหมือนมีเชือกล่องหน ยึดโยงเรา 25 คนไว้ด้วยกัน ห้ามแตกแถว.. ห้ามแซง.. หากคนข้างหน้าคุณเดินเร็วไป คุณเรียกให้เขาหยุดได้เลย เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง..”

“วันนี้จะมีแต่เดินขึ้น เดินขึ้น และเดินขึ้นไปเท่านั้น คุณอาจเหนื่อยจนหายใจไม่ไหว แต่นั่นล่ะ…คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น” วิกัสบอกให้เราฟังถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า “เช้านี้ใครสำรวจตัวเองแล้วได้คะแนน AMS เกิน 5 คะแนนบ้าง?”

มีสมาชิกของเราคนหนึ่งชูมือขึ้น เขายืนอยู่ใกล้ๆ ฉันนี่เอง

“วันนี้เชิญพักในเต้นท์ได้เลย” วิกัสทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ชัดเจน ทิ้งให้หนุ่มคนนั้น และพวกเราที่เหลือเหวอไปตามๆ กัน

เรารู้ว่าวิกัสเห็นแก่ความปลอดภัยของนักไต่เขาคนนั้น จึงออกคำสั่งให้เขาห้ามขึ้นซัมมิท

ทุกคนเงียบ มองหน้ากัน แต่ไม่มีใครกล้าคัดค้าน

ลึกๆ เราต่างก็ไม่อยากให้เพื่อนคนไหนโดนดับฝันไปในวันสำคัญแบบนี้ ทุกคนเหนื่อยกันมาสามวันกว่าจะเดินมาถึงแคมป์ 2 ไม่นับว่าต้องเตรียมร่างกายสำหรับทริปนี้กันมายาวนานเท่าไร

ฉันมองเพื่อนคนนั้นอย่างเห็นใจ

แต่พอฉันเห็นแววตาของเขา จึงรู้ว่าเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ไปง่ายๆ ฉันเหลือบมองตอนเขาเข้าไปคุยกับวิกัสแล้วลุ้นในใจให้วิกัสอนุญาต พลางก้มลงมองรองเท้าตะปูของตัวเอง

ฉันเองก็แอบฝากความหวังเล็กๆ ไว้ที่มันเหมือนกัน…

G0300166_1067x800-71_logo

เราเดินขึ้นตลอด (Ascending) ไม่มีทางราบ… ไม่มีทางลง (Downhill)… วิกัสให้ทุกคนพกแต่เป้ Daypack ขนาดเล็กขึ้นซัมมิท แล้วทิ้งเป้สัมภาระใบใหญ่ไว้ที่แคมป์ ส่วนฉันซึ่งเป้สัมภาระเล็กอยู่แล้ว ไม่มี Daypack ชิ้นจิ๋วชิ้นอื่นติดตัวมา เลยต้องแบกเป้ใบเดิมขึ้นยอดเขาไปด้วย เมื่อคืนฉันตุนน้ำไว้เต็มถุงน้ำ แต่ตื่นเช้ามาด้วยความหนาวจัด สายถุงน้ำดันกลายเป็นน้ำแข็ง เลยต้องอาศัยรอไออุ่นจากพระอาทิตย์ระหว่างเดิน

Screenshot_6-6_logoScreenshot_8-7_logo

ทุกคนพยายามเดินเป็นแถว เกาะกลุ่มกันไว้ และมีการตะโกนเรียกกันอยู่เนืองๆ เมื่อเห็นว่าคนข้างหน้าเดินเร็วเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น “ราจูจี” หัวหน้าไกด์ของเรา แม้อายุมากแล้ว แต่ราจูจีก็เดินขึ้นเขาได้อย่างคล่องแคล่วจนพวกเราวัยรุ่นตามไม่ทัน

G0380191_1067x800-91_logo

เราไม่อยากให้มีช่องว่างระหว่างขบวนนัก เพราะเส้นทางวันนี้อันตราย ทั้งลื่น สูง ชัน บางจุดเดินยาก เช่นต้องข้ามผ่านน้ำตกเล็กๆ บนภูเขาที่กลายเป็นน้ำแข็งแล้ว และข้างล่างดันเป็นเหว ต้องให้ไกด์ใช้ขวานแซะน้ำแข็งช่วยประคองสมาชิกทีมให้ข้ามไปทีละคนๆ

วันนี้พวกเราจึงสามัคคีกันมากกว่าเดิม และพยายามช่วยรอ เมื่อเห็นใครคนใดคนหนึ่งหยุดพักหายใจ และเฝ้าสังเกตอาการของกันและกัน

บนความสูงระดับนี้…ที่มีแต่เรากับภูเขา ชีวิตเพื่อนในทีมสำคัญมาก…

บนความสูงระดับนี้…เวลาแต่ละชั่วโมงที่ผ่านไปดูยาวนาน ความกดอากาศบางเบาลงทุกที จริงๆ ออกซิเจนไม่ได้น้อยลง วิกัสอธิบายว่า มวลออกซิเจนกระจัดกระจายออกไป ไม่อัดแน่นเหมือนบนที่ราบ ทำให้เรามีอาการเหมือนต้องหายใจเยอะขึ้น เพื่อให้ได้ออกซิเจนในปริมาณเท่าเดิม

Screenshot_7-1_logoScreenshot_1-2_logoScreenshot_3-3_logoScreenshot_9-8_logoDSC07090_1200x800-89_logo

 

“ตรงนี้อีกนานไหมกว่าจะถึงซัมมิท?” ฉันเอ่ยปากถามสมาชิกคนหนึ่งในทีมบนจุดพัก

“ท่าจะนานเลย” เขาพูด “ผมถามราจูจีมาแล้ว เขาบอกต้องเดินไปอีกสักสองชั่วโมง”

“โหววว” ฉันอุทาน ก่อนที่จะหันไปบอกทุกคนว่า “เราติ๊ต่างว่าตรงนี้เป็นซัมมิทดีมั้ย” ทุกคนหัวเราะร่วน

“ทำไมเหรอเคท คุณเหนื่อยแล้วเหรอ” หนึ่งในนั้นตะโกนแซว

“ไม่ได้เหนื่อยธรรมดา…เหนื่อยมากๆ” ฉันหัวเราะอย่างจำนน สองสามวันนี้ทุกคนมักจะปล่อยมุขฝืดๆ มาหยอกล้อกันเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า และทำให้คนอื่นๆ ยิ้มได้

สุดท้าย…เราใช้เวลา 4 ชั่วโมงกว่าๆ จากแคมป์ 2 ก็เดินขึ้นมาถึงยอดซัมมิทอย่างปลอดภัย

 

GOPR0190-1_1280_960_logoG0390192_1067x800-92_logoG0450205_1067x800-104_logoDSC07112_1200x800-110_logoG0420199_1067x800-98_logo

 

ด้วยความเหนื่อย ทุกคนไม่พูด ได้แต่ทิ้งตัวลงนั่ง บางคนก็นอนราบไปบนพื้น ฉันเดินหาที่นั่งเหมาะๆ หยิบเอาแอปเปิ้ลที่มีรอยช้ำในเป้มากัด พลางดูวิวภูเขารอบๆ เนินหิมะทอดยาวไกลสุดสายตา

ความเหนื่อยล้า ทำให้แอปเปิลลูกนั้นพิเศษมาก

ฉันมองไปรอบๆ หลายครั้ง บรรยากาศบนยอดเขามันเป็นอย่างงี้นี่เอง

ความรู้สึกปริ่มเปรมยามที่เราฝ่าฝันอะไรจนสำเร็จ มันเป็นอย่างงี้นี่เอง

ฉันมองรองเท้าตะปูคู่เดิม…

นึกขอบคุณการไต่เขาและการวิ่งเทรลที่ผ่านๆ มา ที่ทำให้ฉันได้รู้ว่า

ในยามที่ยากลำบากที่สุดของมนุษย์ คนเราจะปลดล็อกพลังได้จากที่ไหน

DCIM100GOPROGOPR0210.JPG

…………………………………………………….

ติดตามอ่านตอนที่ 3 ได้เร็วๆ นี้นะคะ 🙂

อ่านตอนที่ 1 (แคมป์ 1)