ไต่เขากับวิวสุดฝัน ในมนตราแห่งลาดักห์│Wander More

เขาชื่อ อังจุค

พูดเลยว่าถ้าหลายวันมานี้ไม่มีเขา ฉันคงเป็นวิญญาณเฝ้าภูเขาแน่ๆ ล้านเปอร์เซ็นต์!!

อังจุคเป็นหนุ่มชาวลาดักห์วัยยี่สิบห้าปี หน้าคม ผอมสูง ผิวแทนบ่มแดด เป็นคนพูดน้อย ขี้อาย ทำกับข้าวเก่ง

เขาคนนี้เป็นมิตรนำทางของฉัน…

ฉัน…ผู้ซึ่งแบกเป้หนีป่าคอนกรีตในเมืองหลวงมาเยือนถิ่นลาดักห์ ดินแดนธิเบตน้อยทางอินเดียตอนเหนือแต่เพียงลำพัง…

dscf2931_1024_683

 

ลาดักห์มีเส้นทางไต่เขาให้เลือกเยอะแยะมากมาย เรียกได้ว่ามีความทรหดท้าทายหลากหลายระดับรอคอยเรียกร้องให้ผู้ชื่นชอบการผจญภัยไปลิ้มลอง เส้นทางทีฉันเลือก ชื่อแชมเทรค (Sham Trek) เป็นเส้นทางที่ใช้ระยะเวลาน้อยที่สุด คือ 3 วัน เดินวันละ 10-12 กม. หรือ 5-6 ชม. ระยะทางรวมประมาณ 37 กม.

แชมเทรค เป็นเส้นทางที่ง่ายที่สุด หากนำมาเรียงลำดับความยากของบรรดาหุบเขาสวยดุของลาดักห์

หากนั่งมองจากหน้าต่างเครื่องบิน ลาดักห์จะต้อนรับนักเดินทางด้วยภาพวิวเทือกเขายอดหิมะเรียงรายอยู่มากมาย ทำเอาคนที่คลั่งใคล้ภูเขาอย่างฉันต้องตาค้าง

หนึ่งในเทือกเขาหลากลูกที่เห็นยอดแหลมๆ คือ K2

ใช่แล้ว

K2 ยอดเขาที่สูงรองลงมาจากเอเวอร์เรสต์

คนรู้จักน้อยกว่า แต่ปีนยากกว่าเอเวอร์เรสต์มาก อัตราการตายก็สูงกว่า แต่สวยสะกดใจเหลือเกิน

 

dscf2945_1024_683-11

ฉันเริ่มต้นการเดินเขา โดยมีซิริงขับรถแท้กซี่มาส่ง ทิ้งฉันและอังจุคไว้ริมถนนหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่งที่อ้างว้างดูไม่ค่อยมีผู้คน

ฉันยืนมองชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังขนย้ายไม้เพื่อเอาไปสร้างบ้าน มีทั้งหญิง-ชายออกแรงช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง แล้วหันมามองเพื่อนร่วมทางที่ยืนอยู่ข้างๆ ตาปริบๆ พยักหน้าให้กันและกันเล็กน้อย

เป็นสัญญาณว่าต่อจากนี้เราคงต้องลำบากไปด้วยกันละนะ…

dscf3025_1024_683-15

ความเร็วในการเดินของฉันเมื่อเท้าเหยียบลาดักห์ลดลงจนเหมือนเป็นตัวสล็อต ทุกคนเดินกันอย่างช้าๆ เพราะลาดักห์เป็นพื้นที่ที่มีความสูงเกิน 3500ม.เหนือระดับน้ำทะเล ภูเขาบางลูกสูงถึง 6000-7000 ม.เหนือระดับน้ำทะเล

หากเดินเร็วกว่านั้น อาจถูกโรคแพ้ความสูงถามหาเอาได้

เราเดินไต่เขาไปเรื่อยๆ เวลาทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งยาวนาน เหมือนมีฉันและเขาอยู่เพียงสองคนในจักรวาล ภาพที่เห็นจนชินตาคือแผ่นหลังของร่างอันสูงโปร่งของเพื่อนร่วมทางที่เดินซวบซาบย่ำทรายนำหน้าฉันไป ภูเขาที่ทอดตัวรอเราอยู่ข้างหน้าดูไม่ปรานีกับเราในบางครั้ง ที่ราบทางเรียบที่ดูเหมือนเดินอย่างง่ายดายกลับหอบเอาอาการเหนื่อยแสนสาหัสมาให้เป็นของขวัญรับน้อง

จุดหมายของเราวันนี้ คือ หมู่บ้านยังทัง

“อีกนานไหม” ฉันถามมิตรนำทาง หลังจากเราเดินมาได้เพียงสองชั่วโมง การเดินบนระดับความสูงนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ใจนึงก็สงสารปอด อีกใจนึงก็ยินดีปรีดากับวิวทิวทัศน์ของยอดเขาและพันธุ์ไม้แปลกตาข้างทาง

สมคำร่ำลือ…

ลาดักห์เปรียบเหมือนทะเลทรายแห่งความหนาวจริงๆ …

ภูเขาแต่ละลูกเหมือนมีอากาศเป็นของตัวเอง บางครั้งลมหนาวพัดแรงจัด จนฉันต้องขนเอาอุปกรณ์กันหนาวที่หอบมาในเป้ใบเล็กทั้งหมดมาใส่ครบองค์ แต่พอเดินข้ามเขาไปได้อีกลูกหนึ่ง ลมเงียบสงบนิ่ง แม้ใบไม้ก็ไม่ไหวติง บางครั้งอากาศร้อนจนต้องถอดเครื่องกันหนาวทุกอย่างที่มีออก

dscf3831_1024_683-5pp

DSCF3535_1024_683

เราเดินมาจนถึงกระโจมชาซึ่งเป็นที่พักนักเดินทาง ตัวกระโจมถูกสร้างไว้อย่างไม่แข็งแรงนัก มีไม้ผอมๆ ขึงผ้าใบสีขาวไว้โต้ลมสะบัดไปมา ธงมนตราธิเบตโบกพริ้วไหวเหมือนมีลมเป็นเพื่อนเล่น จิบชาที่ไหนก็ไม่ได้บรรยากาศเหมือนที่นี่เลย

dscf3140_1024_683-19

dscf3206_1024_683

บ่ายสาม

เราเดินมาถึงยังทัง หมู่บ้านเล็กๆ ที่ต้อนรับเราด้วยทุ่งข้าวบาร์เล่ย์และดอกไม้สีม่วงริมทางชวนแปลกตา เราได้บ้านพักของชาวบ้านเป็นที่ซุกหัวนอนและที่ฝากท้องไว้ 1 คืน หญิงสูงวัยเจ้าของบ้านท่าทางใจดีและพูดภาษาอังกฤษกับเราได้เล็กน้อย คุณป้าจะถนัดส่งยิ้มให้มากกว่า

มาอยู่ที่ลาดักห์หลายวัน ฉันเริ่มสังเกตว่า วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ผสมกลมกลืนไปกับความเป็นพุทธศาสนิกชนสูง ในหมู่บ้านจะมีวัด ประดิษฐานพระพุทธรูปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ไม่มีวัดก็จะมีสถูปไว้บูชาพระโพธิสัตว์แทน ทุกบ้านจะมีกงล้อสวดมนต์ และมักจะเห็นรูปองค์ดาไลลามะบนฝาผนัง บางบ้านยังมี house temple หรือห้องพระสร้างไว้ด้วย ลักษณะคล้ายห้องพระบ้านเรา เพียงแต่สร้างแยกไว้จากตัวบ้าน

dscf3357_1024_683

dscf3446_1024_683

อยู่ที่นี่ยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบธรรมชาติ…

น้ำ…หาดื่มเย็นๆ จากลำธาร
ผลไม้…เด็ดชิมเอาจากต้น
ผัก..เก็บกินสดจากสวน

วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ดูออแกนิคจริงๆ ตั้งแต่ตื่นเช้า จนเข้านอน

แม้แต่ตอนขับถ่าย ยังเป็นส้วมแบบหลุมดิน พอถ่ายเสร็จก็เอาคราดตักดินผสมปุ๋ยคอกถมลงไป สะสมกลายเป็นปุ๋ยกลับคืนสู่ธรรมชาติ

DSCF3424_1024_683

 

บ้านของชาวบ้านที่ฉันมาพักคืนแรก มีเด็กชายตัวน้อยๆ หน้าตาน่ารักเหมือนในปฏิทินจีนชอบเข้ามาเล่นด้วย

2799

วันต่อมา ฉันตื่นเช้าออกมารับลมที่ดาดฟ้าของบ้าน เราเริ่มออกเดินทางแต่เช้า เพื่อไม่ให้ไปถึงจุดหมายปลายทางของวันที่สองสายเกินไป

จุดหมายวันที่สอง คือ เฮมิส

ในการเดินทาง ฉันมักภาวนาอยู่ลึกๆ ว่าอยากให้หนทางที่เจอในวันนี้ดีกว่าเมื่อวาน แต่ลาดักห์ก็เป็นครูที่เข้มงวดเสมอ ไม่เคยย่อหย่อนที่จะให้บทเรียนใหม่ๆ กับฉันเลย

ฉันเจอทางเดินใกล้หุบเหว ที่มีพื้นที่แคบๆ ให้เดินกว้างเพียงประมาณสองฝ่าเท้า

5-13php

dscf3065_1024_683

dscf3092_1024_683-18

 

DSCF3511_1024_683

หลังจากเดินเท้าประมาณห้าหกชั่วโมง เราก็เห็นโอเอซิสมาแต่ไกล

โอเอซิสสีเขียวขจีกลายหุบเขาอันแห้งแล้ง คือเฮมิส หมู่บ้านที่เราจะไปพักในวันนี้ หนุ่มลาดักห์นำทางฉันลัดเลาะผ่านทุ่งหญ้ามอสที่มีปศุสัตว์กำลังเล็มหญ้าอย่างเสรี เข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งของหมู่บ้าน มีบริเวณกว้างขวาง สักพักฉันได้ยินหมาน้อยตัวหนึ่งวิ่งมาทางเรา มันเห่าต้อนรับ แล้ววิ่งนำเข้าบ้านไป

 

DSCF3574_1024_683 pp

DSCF3783_1024_683pp

 

 

dscf3478_1024_683-1

ส่วนเรื่องราวการผจญภัยในวันอื่นๆ ขออุบไว้ก่อนนะ ตอนนี้เคทกำลังซุ่มเขียนหนังสือล่ะ ไว้มาเล่าสู่กันฟังใหม่น้าาา

 

 

 

ข้อแนะนำในการไปไต่เขาที่ลาดักห์

dscf3845_1024_683

  • เนื่องจากเลห์เป็นดินแดนที่มีธรรมชาติที่เปราะบาง คือมีความอุดมสมบูรณ์มาก และอาจจะยังไม่มีระบบเรื่องการกำจัดขยะของนักท่องเที่ยวที่มาจำนวนมหาศาลได้ ทุกครั้งในการเดินทางจึงไม่ควรสร้างขยะไว้ (หากเป็นไปได้ก็เก็บพวกขยะ กลับมาทิ้งที่ในเมือง)
  • พกยา Diamox ไปด้วย ในความสูงระดับนั้น เราจะได้ใช้ยาตัวนี้จริงๆ เพื่อบรรเทาอาการของโรคแพ้ความสูง
  • พกครีมกันแดด หมวก (เคทลืมเอาไป กลับมาแดดเผา จมูกไหม้เลย) และเสื้อกันหนาวกันลมที่มีหลายชั้น สามารถถอดแยกได้ เพราะอากาศบนภูเขาเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว หากเสื้อสามารถถอดเป็นชั้นๆ ได้จะสะดวกกว่า และอย่าลืมพวกผ้าโพกศีรษะ เอาไว้ปิดจมูกกันลมหนาว
  • ควรมี Day Pack และ Back Pack : Day pack เป็นเป้ขนาดย่อม เอาไว้ใส่สัมภาระที่จะเป็นระหว่างเทรคกิ้ง ส่วน Back Pack กระเป๋าใส่เสื้อผ้าถ้าเป็นใบใหญ่มาก ควรฝากเกสเฮ้าส์เอาไว้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระระหว่างเดินทาง
  • แป้งโยคี เอาไว้โรยถุงเท้ากันชื้น ช่วยเรื่องกลิ่นเหงื่อได้ดี
  • เงิน หากไปประมาณ 10 วัน ควรแลกไปอย่างน้อย 25,000-30,000 บาท เพราะค่าใช้จ่าย ค่ากินอยู่ที่นั่นในช่วง high season จะพอๆ กับในกรุงเทพ และค่าใช้จ่ายในการเทรคกิ้ง โดยเฉพาะหากไปคนเดียวก็อยู่ที่ 9,000 รูปี (เส้นทาง Sham 3 วัน) ค่าแท้กซี่ไปเที่ยวที่ต่างๆ หากไกลมากก็แพงอยู่เหมือนกัน เช่น Pangong Lake เกือบ 9,000 รูปี หรือประมาณ 4,500 บาท (ไปคนเดียวมันลำบากอย่างงี้เอง T^T) แต่สามารถหา joined group หรือ joined taxi ได้ ทางเอเจนซี่ทัวร์จะเขียนประกาศบนกระดานไวท์บอร์ดและตั้งไว้หน้าร้านให้
  • พกเงินสด ดีกว่าพกบัตร เพราะที่นี่หาตู้เอทีเอ็มยาก มีเพียงตู้ในตลาดหลัก ซึ่งจะมีคนเข้าคิวยาวเหยียดอยู่แล้ว

 

 

 

Advertisements