การวางแผนการเดินทาง ทริปลุย Bromo– Kawah Ijen 4คืน 5 วัน│Wander More

อ่านเรื่องราวฉบับเต็มได้ที่: http://bit.ly/1sHcYWw

DSCF1663_1024x577php

การวางแผนการเดินทาง Bromo – Madakaripura Waterfall – Kawah Ijen (แบบไปคนเดียว ไม่มีทัวร์)

  1. เริ่มต้น จองตั๋ว Jet Stars ลง transit เพื่อเปลี่ยนเครื่อง ที่สนามบิน Changi Airport สิงคโปร์

หากสะดวกให้เลือกเที่ยวบินตรงแบบไม่มี transit จะดีที่สุด แต่ต้องจองและเช็คล่วงหน้า เพราะบางวันจะไม่มีเที่ยวบิน (และอาจตรงกับวันที่เราอยากบินก็เป็นได้) จุดหมายปลายทางอยู่ที่ สนามบินที่ Surabaya

  1. หากได้ transit ที่สนามบินสิงคโปร์ และมีเวลาเกิน 6 ชม. แนะนำให้ติดต่อสนามบินเพราะเขาพาทัวร์สิงคโปร์ฟรี!! (ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์บริเวณ transit area หน้าตาคล้ายโรงหนัง) สนามบิน Changi ต้องการสร้าง transit area ให้เป็นสวรรค์ของชาว transit เพราะมีทุกสิ่งครบครัน มีโรงหนัง 24 ชม. Duty Free 24 ชม. คาเฟ่ 24 ชม. สวนดอกลิลลี่ สวนต้นกระบองเพชร ยิม สปา สระว่ายน้ำ โอ้วมายก๊อดดด ฯลฯ แถมยังมีโรงแรมในตัวซึ่งราคาสูง และต้องจองล่วงหน้า
  2. เมื่อถึงสนามบิน Surabaya แล้ว ให้เดินไปที่ทางออกเพื่อขึ้นรถ shuttle bus ไปที่ท่ารวมรถบัส (คล้ายๆ หมอชิตบ้านเรา)
  3. ถึง Bus Depot ให้เดินไปตรง Terminal เพื่อขึ้นรถไป Probolingo หากเดินไปไม่ถูก ให้ถามทางคนแถวนั้น
  4. นั่งรถบัสไป Probolingo รถบัสจะมาจอดที่หน้าเอเจนซี่ทัวร์ เพื่อให้เราหารถตู้ขึ้นไป Bromo จุดนี้ให้บอกเอเจนซี่ว่ามาเทรคกิ้งเอง ไม่ได้สนใจซื้อทัวร์ (แต่หากใครสนใจซื้อทัวร์อยู่แล้ว ก็สามารถซื้อได้ตรงนี้เลย แถมยังต่อรองในราคาแบบ join tour ร่วมกับคนอื่นได้อีกด้วย ราคาทัวร์หลายๆ คน เมื่อหารแล้ว ไม่ควรจะเกิน 5,000 บาทต่อคน แต่ก็ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจทัวร์ที่เลือก)
  5. นั่งรถตู้ขึ้นไป Bromo ผ่านทางโค้งหลายร้อยโค้ง ใครเมารถพกยาไปด้วยจะดีมาก เพราะถนนอินโดฯ โค้งเยอะอะไรเบอร์นั้น ระหว่างทางให้ชวนพี่คนขับเม้าท์มอย เพราะพี่เหล่านี้จะแนะนำเกสเฮ้าส์หรือโฮมสเตย์ให้เราในราคาถูก ให้บอกเขาว่า ขอที่ๆ อยู่ใกล้ปากทางเข้าอุทยานที่สุด
  6. พักที่นี่ 1 คืน ตื่นตี 3 เพื่อออกเดินไปยังทางเข้าอุทยานตอนตี 4 ปากทางเข้าอุทยานจะมีป้อมให้เราเสียค่าผ่านคนละ 217,500 รูปี หรือ 565 บาท ตรงจุดนี้เราจะเจอไกด์ที่แว้นมอเตอร์ไซค์ อาสาพาเราไปยังโบรโม่ ต่อรองราคากันเสร็จ ก็แว้นไปกับพี่เขาได้เลย แต่หากใครมาหลายคน ให้เช่ารถ Jeep
  7. ไกด์ท้องถิ่นจะพาเราไป 1) จุดชมวิวโบรโม่ตอนพระอาทิตย์ขึ้น 2) โบรโม่ระยะใกล้ผ่าน Sea of Sand ต่อรองราคาเพื่อให้เขาพาไปที่ 3) น้ำตก Madakaripura หลังจากเสร็จโบรโม่ด้วยจะเลิศมาก เพราะน้ำตกนี้สวยเว้อวึง และอยู่ห่างจากโบรโม่เพียง 30 นาที และอย่าลืมให้พี่เขาไปส่งที่ 4) ป้ายรถเมล์ เพื่อนั่งรถไป Bondowoso
  8. น้ำตก Madakaripura จะต้องจ้างไกด์นำทางประจำอุทยานเท่านั้น และมีค่าเข้าเล็กๆ น้อยๆ 6,000 รูปี (15 บาท) ค่าจ้างไกด์อยู่ที่ 100,000 รูปีหรือ 260 บาท แต่ด้วยความที่หนทางลำบาก พี่ไกด์ดูแลดีมาก อันนี้อย่าลืมให้ทิปน้า

ทางอุทยานจะให้เช่าล็อกเกอร์ เพื่อเก็บสัมภาระที่ติดตัวมา (ยกเว้นของมีค่า) และมีเสื้อกันฝนขาย เพราะเปียกแน่นอน 100% อย่าลืมเก็บกล้องไว้ดีๆ หากใครมี Go Pro จะเริ่ดมาก

จุดๆ นี้ ควรใส่รองเท้าแตะแบบนันยางบ้านเรา กันลื่นได้ดีที่สุด เพราะทางที่ไปจะมีแต่หินลื่นๆ ที่มีตะไคร่น้ำเกาะ รองเท้าผ้าใบ ร้องเท้าเดินป่า ไม่สามารถจริงๆ -_-

DSCF1728_1024x577

  1. เมื่อจะจาก Probolingo ไป Bondowoso จะมีรถออกทุกๆ 1 ชั่วโมง ซึ่งพี่ไกด์จะพามาส่งตรงป้ายรถเมล์ รอนานมากกกก ตอนนั่งรถไป Bondowoso ใช้เวลานานเช่นกัน

11.Bondowoso จะเป็นเมืองที่สามารถหาของกิน เสบียง กักตุนไว้ยามเดินขึ้นเขาได้ ให้เข้า Supermarket ซื้อน้ำใส่กระเป๋าเป้อย่างน้อย 1 ลิตร หาที่พักที่ Bondowoso ราคาจะถูกกว่าไปหาที่พักที่ใกล้ๆ Kawah Ijen มาก แต่หากใครไม่อยากเหนื่อยจากการเดินทาง (เพราะเดิน Kawah Ijen ก็เหนื่อยมากๆ อยู่แล้ว) แนะนำให้จองที่พักใกล้ Kawah Ijen ไว้ล่วงหน้า เคทพักที่โรงแรมในเมือง Bondowoso ชื่อ Hotel Salamat ราคา 185 บาท ^^

  1. ให้พี่คนท้องถิ่นขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งใกล้อุทยาน Kawah Ijen (หากใครมาเป็นทีม แนะนำให้เช่ารถไป ราคาจะอยู่ที่คันละ 1,560 บาท หรือ 600,000 รูปี บริการรับ-ส่ง หารกันหลายๆ คนจะถูกมากและไม่เหนื่อย เก็บแรงไว้ปีนเขา)
  2. เมื่อเสร็จจากปีน Kawah Ijen กลับที่พัก และเดินทางต่อ โดยนั่งรถบัสกลับ Surabaya นั่งนานมาก ราวๆ 7-8 ชั่วโมง!! นั่งจนหน้ามัน ฟังเพลงจากคณะที่ขึ้นมาร้องเพลงบนรถบัสไปหลายเพลง หลับไปหลายรอบ ตื่นมายังไม่ถึงเลย
  3. เมื่อถึงท่ารถที่ สุราบายา ให้บอก Taxi ว่าไปส่งโรงแรมใกล้ๆ สนามบิน ค่า Taxi ไม่ควรเกิน 100,000 รูปีหรือ 260 บาท แนะนำโรงแรม Hotel Sinar I (www.sinarhotel.com) ห้องพักสะอาด กว้างขวาง มีอาหารเช้า และรถรับ-ส่งไปสนามบิน ออกบ่อยมากทุกๆ 15 นาที

ก่อนเข้าโรงแรมให้หาอะไรทานก่อนนะ เพราะไปที่โรงแรมจะได้ทานอีกทีก็มื้อเช้าเลย ไม่มีห้องอาหารเปิดบริการค่า

DSCF1758_1024x577

การเตรียมตัว

ด้านร่างกาย

เข้าฟิตเนส ฝึกร่างกายในส่วนต่อไปนี้

  1. Cardio วิ่งหรือว่ายน้ำ เพื่อฝึกปอดและหัวใจให้แข็งแรง เพราะยิ่งเดินขึ้นที่สูงๆ ยิ่งมีอากาศเบาบาง
  2. เล่นเวท โดยเน้นเล่นขา และหลัง ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และต้องใช้งานในการปีนเขามาก

ด้านอุปกรณ์

  1. ไม้ค้ำช่วยเดินเขา (trekking pole) อันนี้มีประโยชน์จริงจัง โดยเฉพาะตอนเจอ Kawah Ijen ช่วยเรื่องการทรงตัวได้ดีมาก
  2. เสื้อกันลม กันหนาว: บนโบรโม่ และ Kawah Ijen ค่อนข้างหนาวมากๆ เลย (ตอนอยู่โบรโม่ก็ไม่อาบน้ำ ^^ เพราะอากาศเป็นใจ) อย่าลืมเตรียมเสื้อกันลมและกันหนาวไปนะคะ เดี๋ยวนี้ตามร้านมีขายแบบกันเหงื่อด้วย กันลมด้วย กันหนาวไปในตัวด้วย ฟังก์ชั่นเยอะมาก
  3. แป้งโยคี: เอาไว้โรยเท้าและโรยจั๊กกุแร้ กันชื้นได้ดี คือมหัศจรรย์ภูมิปัญญาคนไทยมาก เปรียบเทียบมาแล้วระหว่างวันที่โรยกับวันที่ไม่ได้โรย ลองพกไปสักกระป๋องนะ
  4. ถุงมือ ผ้าพันคอ หมวกไหมพรม ถุงเท้ากันหนาว กางเกงเดินป่าแบบกันน้ำ กันเปื้อนและกันยูวี ช่วยชีวิตได้เยอะเลย
  5. ไฟฉายแบบคาดหัว (Head Flashlight) ทำให้เดินสะดวก กว่าไฟฉายแบบถือ เพราะมือเราจะต้องใช้พยุงตัว ปีนป่ายก้อนหิน และถือไม้ trekking pole
  6. กล้องถ่ายภาพ: หากใครมี Go Pro จะดีมากค่ะ เพราะที่ไปมามีกล้อง Mirrorless ขนาดเบา ยังรู้สึกว่าพาเขาไปลำบากเลย เพราะมันทุลักทุเลมากจริงๆ -_-
  7. กุงเกงลิงกระดาษ: เชื่อเราสิ ว่ามันช่วยได้จริงๆ นะ ใส่แล้วทิ้ง สะดวกดี อิอิ
  8. หน้ากากกันก๊าซพิษ: เราพกไปเพราะไม่ได้ไปกับทัวร์ แต่หากใครจองทัวร์ไว้ เขาจะมีหน้ากากให้อยู่แล้วค่ะ ซึ่งหากซื้อเองราคาจะอยู่ที่ 100 บาทขึ้นไป (ไม่เกิน 150 บาท) มีขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปค่ะ
  9. รองเท้าเดินเขาและรองเท้าแตะนันยาง: รองเท้าเดินเขาให้ลงทุนซื้อยี่ห้อดีๆ และเลือกแบบหุ้มข้อเท้าเพื่อช่วยเซฟข้อเท้าไว้ ส่วนรองเท้าแตะ เอาไว้ใส่เล่น ไม่ก็ใส่เวลาเดินไปน้ำตกค่ะ ช่วยกันลื่นได้ดี
  10. ยา: เราพกยาสามัญประจำบ้านไป อาทิ ยาพาราเซตามอล ยาแก้ปวดลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้ใช้เลยค่ะ เพิ่งรู้สึกปวดขาตอนกลับมาเมืองไทยแล้ว แต่ปวดไม่นานก็หาย
  11. เป้แบบพกพา: นอกจากกระเป๋า backpack ใบใหญ่ ควรพกเป้เล็กๆ อีกใบไว้ trekking เพื่อเอาไว้ใส่อุปกรณ์ต่างๆ ในการ trekking เช่น กล้อง, ไม้ trekking pole, หน้ากาก, น้ำ ฯลฯ
  12. กระดาษทิชชู่เปียก: สำหรับสาวกผู้ที่ชื่นชอบการไม่อาบน้ำ พกทิชชู่เปียกแพ็คใหญ่ไปก็ช่วยให้เราสะอาดไม่เบาเลย
  13. ครีมกันแดด
  14. ผ้าเช็ดตัวแบบแห้งเร็ว หน้าตาเป็นแบบในภาพ จริงๆ อันนี้เหมาะกับทริปที่ต้องตั้งแคมป์ในป่ามากกว่า ทริปนี้ยังไม่จำเป็นเท่าไหร่ แต่ช่วยประหยัดพื้นที่กระเป๋าไปได้เยอะมาก เพราะที่พักที่ไปแต่ละแห่งเป็นแค่โฮมสเตย์ ไม่มีผ้าขนหนูให้ (บางแห่งผ้าห่มก็ยังไม่มีให้เลยคร่าาา T^T)

13112895_10153789023104081_1992321729177890172_o

13131405_10153793344699081_1833987665806022102_o

ด้านประกันภัยในการเดินทาง

ที่ที่จะไป มีความอันตรายและสูงชัน มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะที่ Kawah Ijen การทำประกันการเดินทางไว้ก่อนออกเดินทางจึงเป็นเรื่องที่ควรลงทุนเป็นอย่างยิ่งค่ะ และควรดูในรายละเอียดประกันภัยว่าครอบคลุมอะไรบ้าง เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ เราจะได้ประหยัดเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และเราสามารถขอความช่วยเหลือได้ 24 ชั่วโมง

ประกันภัยที่เคททำไว้เป็นของ World Nomads ค่ะ https://www.worldnomads.com/travel-insurance/

DSCF1699_1024x577

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ค่าตั๋วเครื่องบิน 9,000 บาท (หากใครจองแต่เนิ่นๆ อาจได้ราคาโปรโมชั่น ซึ่งจะประหยัดไปเยอะ แต่กว่าจะได้เดินทางอาจจะข้ามปี)

ค่าใช้จ่ายตอนเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าไกด์ ค่าทิป  7,000-8,000 บาท

ค่าใช้จ่ายรวม 17,000 บาท (รวมตั๋วเครื่องบิน)

……….รออะไรอยู่? รีบจองตั๋วไปอินโดกันแร้ววว!!!

Advertisements